แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โปสเตอร์ หนังสือ ของสะสม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โปสเตอร์ หนังสือ ของสะสม แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2568

เอ็กซ์แมน แฟนพันธุ์เอ็กซ์ 2547



ชื่อภาษาอังกฤษ X-Man 
จัดจำหน่ายโดย สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล 
กำหนดฉาย 26 สิงหาคม 2547 

เรื่องย่อ การดูหนังสือโป๊ หนังโป๊ ไม่ใช่เรื่องที่ผิด เพราะความสนใจในเรื่องเซ็กส์มันเป็นเรื่องปกติของมนุษย์อยู่แล้ว การสืบพันธุ์หรือการมีเพศสัมพันธ์เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคนเราซึ่งไม่อาจปฏิเสธได้ สื่อลามกประเภทหนังสือโป๊หรือหนังโป๊ ถูกผลิตขึ้นเพื่อสนองตอบความต้องการทางด้านนี้ของคน โดยเฉพาะเพศชาย แต่สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ ความต้องการของผู้เสพมันเริ่มเบี่ยงเบนไปในทิศทางอื่น ๆ มากขึ้น เช่น ความต้องการและความนิยมในการดูหนังแอบถ่าย คำถามอีกข้อหนึ่งที่ตามมาก็คือ ทำไมคนถึงอยากดูสิ่งเหล่านี้? รสนิยมของผู้คนเปลี่ยนแปลงไปหรืออย่างไร? หนังเรื่อง เอ็กซ์แมน แฟนพันธุ์เอ็กซ์ อาจจะไม่ได้สะท้อนให้เห็นถึงหนทางการแก้ไขปัญหานี้ แต่สิ่งหนึ่งที่หนังได้พยายามจะบอกก็คือ ปัญหาเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเพศอยู่ใกล้กับตัวเรามากเหลือเกิน นักแสดง พุฒิพงศ์ ศรีวัฒน์ ธีรดนัย สุวรรณหอม บงกช คงมาลัย สรณัฐ มัสยวานิช เชษฐวุฒิ วัชรคุณ เกรียงไกร อมาตยกุล


ทีมงาน กำกับภาพยนตร์ : ธนกร พงษ์สุวรรณ บทภาพยนตร์ : ธนกร พงษ์สุวรรณ, อัน จูน บี (Ahn Joon B), ศิวาภรณ์ พงษ์สุวรรณ 

กำกับภาพ : เดชา ศรีมันตะ ออกแบบงานสร้าง : พิสุทธิ์ ปริวัฒนกิจ กำกับศิลป์ : รักชาติ บุญยง 

ออกแบบเครื่องแต่งกาย : เอกศิษฏ์ มีประเสริฐสกุล แต่งหน้า : เชิดศักดิ์ ชมงาม แต่งผม : ปริญญา ปานตั้น 

ดนตรีประกอบ : ชัยบรรฑิต พืชผลทรัพย์, อภิเชษฐ์ กำภู ณ อยุธยา 

ออกแบบเสียง : เกษมสันต์ พรหมสุภา, ไพสิฐ พันธุ์พฤกษชาติ, เฉลิมชาติ เจริญดียิ่ง

ปล้นนะยะ 2547


ชื่อภาษาอังกฤษ SPICY BEAUTY QUEEN IN BANGKOK
จัดจำหน่ายโดย อาร์เอส ฟิล์ม 
กำหนดฉาย 6 กุมภาพันธ์ 2547

เรื่องย่อ เรื่องราวครั้งหนึ่งในชีวิตของกะเทยสาว 4 คน 4 สไตล์ ที่ตัดสินใจร่วมมือกันปล้นเงินจากธนาคารหน้าปากซอย โดยหวังว่าเงินที่ได้จากการปล้นนั้นจะสามารถทำให้ชีวิตสาวประเภทสองของพวกเธอเติมเต็มจนสมบูรณ์ได้ แต่แผนการปล้นของพวกเธอนั้นไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด เพราะในขณะที่พวกเธอปล้นอยู่นั้นโจรวัยรุ่นอีกกลุ่มหนึ่งกลับบุกมาปล้นธนาคารนั้นพร้อมๆกัน คราวนี้เรื่องวุ่น ๆ ของการต่อสู้แก่งแย่งเงินที่ปล้นจึงเกิดขึ้น กะเทยสาว โจรมือใหม่ ที่รักความสวยความงามมากกว่าทุกอย่างในโลก ต้องเผชิญกับโจรหนุ่มและอุปสรรคต่าง ๆ รวมไปถึงตำรวจผู้ห้าวหาญที่นำพลล้อมอยู่แล้วภายนอกธนาคาร โจรสองกลุ่มประกอบด้วย แก๊งค์สวยประหารทั้ง 4 , โจรวัยรุ่นหนุ่มหน้าใส ทั้ง 4 และรปภ.ธนาคารที่ร่วมมือวางแผนปล้น ต้องติดอยู่รวมกันในธนาคาร โดยมีผจก.สาริน และลูกค้าหลากหลายอาชีพเป็นตัวประกันอยู่ แล้วเรื่องวุ่น ๆ ต่าง ๆ ก็เกิดขึ้นเมื่อโจรทั้งสองฝ่ายต่างพยายามแย่งเงินกัน และหาวิธีหนีเอาตัวรอดจากตำรวจที่ล้อมอยู่ให้ได้ในขณะที่ฝ่ายตำรวจก็พยายามที่จะช่วยเหลือตัวประกันและบุกขจับโจรทั้งหมดให้ได้เหตุการณ์ตึงเครียดที่ตำรวจล้อมจับโจรปล้นธนาคารนี้ยืดเยื้ออยู่ถึงสามวันและโด่งดังไปทั่วเมืองกลายเป็นเรื่องที่ทุกคนสนใจ ทุกคนเข้าใจว่าสถานการณ์ในธนาคารนั้นคงร้ายแรงและตึงเครียดเมื่อต้องอยู่กับโจรหนุ่มในสถานการณ์วุ่น ๆ ต่าง ๆ เช่น หญิงท้องแก่กำลังจะคลอดลูกออกมา ไฟดับ ไม่มีอาหารกิน และต้องร่วมทุกข์ร่วมสุขเหมือนออกค่าย ทำให้โจรทั้งสองกลุ่มจากที่เกลียดกันต่างเริ่มรู้กันและเริ่มมีความเข้าอกเข้าใจกัน เห็นใจกันจนเกิดความรู้สึกดีและเป็นมิตรต่อกัน แม้ว่าทั้งสองคนจะเป็นคนคนละแบบที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง นอกจากจะเกิดระหว่างกลุ่มโจรทั้งสอง แล้วยังรวมไปถึงเหล่าตัวประกันคนอื่น ๆด้วย

กำกับการแสดง พจน์ อานนท์ 
ออกแบบเครื่องแต่งกาย พจน์ อานนท์, ภิรมย์ เรืองจิตการ 
กำกับภาพ ปัญญา นิ่มเจริญพงษ์ 
ออกแบบงานแสง ตนัย นิ่มเจริญพงษ์ 
บันทึกเสียง ยุทธนา ทุสาวุธ 
ควบคุมความต่อเนื่อง สมลักษณ์ คุณกมลกาญจน์ 
งานศิลปกรรม ทวีศักดิ์ นกเทศ 
ธุรกิจกองถ่าย ปัญวรรณ นิ่มเจริญพงษ์ 
ผู้จัดการกองถ่าย พัชรินทร์ บุญดา 
ออกแบบงานสร้าง พจน์ อานนท์ 
อำนวยการสร้าง เกรียงไกร เชษฐโชติศักดิ์ , สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์, พจน์ อานนท์ ควบคุมและดำเนินงานสร้าง พจน์ อานนท์ 
นักแสดง วินัย ไกรบุตร จาตุรงค์ ม๊กจ๊ก ธงธง ม๊กจ๊ก โก๊ะตี๋ อารามบอย ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ แอนดรูว์-ศุภมร โคร์นิน อั๋น-วริทธิ์ โสตถิวิรัช เอส-สุเมธ แซ่ลี้ นพพล พิทักษ์โล่พานิช





ซาไกยูไนเต็ด 2547


ซาไกยูไนเต็ด จัดจำหน่ายโดย อาร์ เอส ฟิล์ม แอนด์ ดิสทริบิวชั่น
กำหนดฉาย 2 ธันวาคม 2547

เรื่องย่อ เซียนบอลนิรนามกล่าวไว้ว่า Every underdog has its dayกระทั่งทีมกระจอกที่สุด...ก็ยังมีวันของมัน การแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานปีนี้ ไม่เหมือนปีไหน เมื่อปรากฏชื่อ ซาไกยูไนเต็ด ทีมฟุตบอลโนเนมลงแข่งขัน ภายใต้การคุมทีมของเปาตุ๊ อดีตกรรมการบอล ที่โดนพิษพนันบอลจนต้องเลิกอาชีพ ตามปกติ ชาวเผ่าซาไก หรือที่เรียกติดปากกันว่า เงาะ จะไม่ชอบการเดินทางไกล ไม่นิยมคบหาคนภายนอก แต่ครั้งนี้นักเตะสิบเอ็ดตัวดำ ๆ ยอมเดินทางไกล ออกจาก อ.ธารโต จ.ยะลา เป็นครั้งแรกในชีวิต เพราะหวังจะชิงชัยคว้าถ้วยแชมป์ฟุตบอลพระราชทาน นำทีมโดย มะม่วง กัปตันทีมซาไกยูไนเต็ด ลูกชายคนโตของหัวหน้าเผ่า เป็นผู้แบกรับความหวังที่จะเอาถ้วยแชมป์กลับมาหมู่บ้านให้จงได้ นอกจากฝีเท้าถึงแต่ดันไม่รู้ตัวพลพรรคนักเตะ ซาไกยูไนเต็ด แต่ละคนยังพกเอาบุคลิกใสซื่อ เฉพาะตัวไม่มีใครเหมือน อย่าง กระซู่ กองหน้าสุดหล่อ (ในสายตาตัวเอง) ชอบหญิงเป็นที่สุด ลูกยาง กองหลังลมกรด อ่านทางบอลขาด แต่ขี้กลัวสุด ๆ แค่ข้ามถนนยังกลัว แล้วจะปเสียบบอลคู่ต่อสู้อย่างไรไหว พลิ้ว มิดฟิล์ดจอมเลี้ยงลูก ขี้เล่นเกินเหตุ จนก่อเรื่องบ่อย ๆ ฯลฯ พอเริ่มทัวร์นาเม้นท์การแข่งขัน แฟนบอลที่เคยคุ้นตากับร่างสูง หล่อ ทรงผมล้ำสมัยของเดวิด เบคแฮม เป็นต้องอึ้งเมื่อได้เห็นพลพรรคนักเตะทีมซาไกยูไนเต็ด แต่ละคนที่วิ่งอาดๆลงสนามมา ทุกคนล้วนแต่ตัวดำเมี่ยม ล่ำบึกบึน ผมหยิกหยอย ฟอร์มการเล่นของทีม ซาไกยูไนเต็ด สะกดสายตาทุกคู่ในสนาม พวกเขาโชว์ฝีเท้าการถล่มประตูด้วยลูกยิงสุดประหลาดไม่ซ้ำแบบใคร ลีลาเลี้ยงลูกของทีมซาไกยูไนเต็ด เป็นที่ฮือฮาของสื่อมวลชนทุกแขนง จนพวกเขาได้รับเชิญไปออกทีวี.ทุกช่อง พูดง่าย ๆ คือ ดัง นั่นเอง เพราะภาพลักษณ์ของทีมที่ดูกระจอกมาก ๆ อาจจะเข้าติดอันดับกระจอกที่สุดในโลก ชัยชนะแต่ละนัดของทีมซาไกยูไนเต็ด ไม่ใช่แค่พลิกล็อกทำเอาเซียนพนันกระเป๋าฉีกเท่านั้น แต่กระทั่ง เปาตุ๊ หัวหน้าสต๊าฟโค้ช ก็พลอยเกิดอาการ ตูอยากตาย ไปด้วยเพราะดันไปแทงเดิมพันทีมคู่ต่อสู้เอาไว้กับเขาเหมือนกัน ใกล้เข้ารอบชิงชนะเลิศเข้ามาทุกที คู่ต่อสู้เป็นทีมเต็งจ๋า ชนิดเซียนบอลทุกสำนักฟันธงว่า นอนมาตั้งแต่ในมุ้ง เปาตุ๊เองก็คิดหาหนทางจะให้ทีมซาไกยูไนเต็ดแพ้ให้งได้ เพราะหนนี้กะถอนทุนคืนในนัดเดียว แต่เปาตุ๊จะทำอย่างไรดี ? พวกเขาจะงัดเอาความเป็น ซาไกยูไนเต็ด ออกมาต่อสู้ได้หรือไม่? ศรัทธาของมะม่วงจะบรรลุผลได้หรือ? ความหวังจะคว้าถ้วยแชมป์กลับไปยังหมู่บ้านจะเป็นจริงไหม? ทั้งหมดนี้ ขึ้นอยู่กับ สองตีนดำ ๆ ของพวกเขาเท่านั้น ใครจะรู้บางครั้ง ศรัทธา ก็บรรลุได้ด้วยการเตะ

นักแสดง
พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
สำฤทธิ์ ไมเคิลเซน
คมสันต์ ศรีธารโต
กานต์ จันทร์น้อย
เรวัต รุ่งเรือง
เสรี เสตะบุตตะ
รุสมีห์ ลอเด็ง
เพียงศักดิ์ แก้วงาม
เกียรติศักดิ์ เกบุตร
นิพนธ์ เตยศรี
อัสมาแอล เจะแห
อรรถพล ทองคง
อังกูร เสมอใจมิตร

ขุนศึก 2546


 ขุนศึก หนังที่หยิบเอาเรื่องราวจากบันเทิงคดีชื่อดังมาดัดแปลงสร้างเป็นหนังเอพิคเรื่องยิ่งใหญ่ กับการตีแผ่เรื่องราวสอดแทรกเชิงประวัติศาสตร์ของไทย ผ่านมุมมองของชายที่ชื่อว่า เสมา

ขุนศึก เป็นเรื่องราวก่อนวันประกาศอิสรภาพของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในยามนั้น พระเจ้าบุเรงนอง วางอุบายหมายลอบปลงพระชนม์ ซึ่งยังความโทมนัสให้แก่สมเด็จพระนเรศวรอย่างมาก เมื่อจาตุรงคบาทนักรบประกบฝีเท้าช้างคนหนึ่งต้องพลีชีพเพื่อพระองค์ในกาลนี้

เสมา ลูกชายช่างตีดาบ ซึ่งเดินทางกลับจากเรียนวิชาดาบกับ อาจารย์ขุน เข้าประลองแข่งขันในการหาจาตุรงคบาทคนใหม่ ด้วยความที่เขามีฝีมือดาบอันโดดเด่น จึงได้รับตำแหน่งครูฝึกทหารในเรือน ขุนราม แต่นั่นถือเป็นการหยามศักดิ์ศรีของ หมู่ขัน นายทหารเอกของกรุงศรี ที่ติดภาระต้องไปประจำการที่ด่านหน้า เขาไม่พอใจในตัวลูกช่างตีดาบคนนี้มาก และรอวันที่จะได้ตัดสินกันอย่างแท้จริง

ความแค้นยิ่งทวีคูณมากขึ้น เมื่อเรไร คู่หมั้นของหมู่ขัน เกิดชอบพอกับเสมา หมู่ขันโกรธแค้นมาก จึงจับตัวจำเรียง น้องสาวของเสมาไปเป็นทาสขัดดอก คืนนั้น เสมา พร้อมเพื่อนอีกสองคน ตัดสินใจบุกเรือนหมู่ขัน เพื่อนำตัวจำเรียงกลับมา แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ต่อกลอุบายของหมู่ขัน จนต้องหนีเข้าไปอยู่ในกองโจรของ ขุนรณฤทธิ์พิชัย หมู่ขันสบโอกาส จึงประกาศว่า เสมาเป็นกบฎ

ขณะที่อยู่กับพวกกองโจร เสมา และกลุ่มกองโจรช่วยกันสกัดทัพหน้าของพม่าที่บุกเข้ามา ครั้งหนึ่ง เสมา ได้มีโอกาสได้เข้าช่วย พระเอกาทศรถ ในการศึก และได้ลดโทษไปเป็น ตะพุ่น เลี้ยงช้าง ที่นั่น เสมา ได้เรียนรู้ถึงหัวใจของนักรบ เมื่อเขาทราบข่าวการยกทัพครั้งใหญ่ของพม่า เสมาทนเห็นทหารไทยถูกเข่นฆ่าอีกไม่ได้ จึงเข้าไปช่วยในสนามรบ กระทั่งสามารถฆ่าแม่ทัพพม่าลงได้ จึงได้รับความดีความชอบกลับมา และวันแห่งการตัดสินฝีมืออย่างแท้จริงระหว่างเสมา กับหมู่ขันก็มาถึง เมื่อทั้งสองได้ประลองฝีมือต่อหน้าพระที่นั่ง เพื่อหาผู้ที่เหมาะกับตำแหน่งจาตุรงคบาท นักรบประกบฝีเท้าช้างของสมเด็จพระนเรศวร ในการศึกยุทธหัตถีครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างกษัตริย์สองแผ่นดิน

ทวิภพ พ.ศ. 2547

เรื่องราวของหญิงสาวไทยยุคปัจจุบันที่หลงมิติไปอยู่ในสยาม สมัยแผ่นดินของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ประเทศมหาอำนาจทางตะวันตกพยายามจะเข้ามายึดครอง
บันทึกโบราณฉบับหนึ่งถูกค้นพบในคืนฝนตกฟ้าคะนองคืนหนึ่งที่ชานกรุงปารีส… บันทึกภาษาฝรั่งเศสนี้ถูกนำมาตรวจสอบยัง ซอร์บอนแห่งมหาวิทยาลัยปารีส คือ ‘Yoyageurs’ บันทึกต้องห้ามที่เขียนขึ้นโดย ฟรองซัว ซาเวีย นักเดินทางและนักธรรมชาติวิทยาชาวฝรั่งเศส ที่เขียนขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 มณีจันทร์ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษระดับ 6 สาขาประวัติศาสตร์ ประจำสถานทูตไทยที่นครปารีส ถูกเรียกตัวด่วนในคืนนั้นในฐานะตัวแทนผู้เกี่ยวข้องของสยามประเทศ อันเป็นที่มาบันทึก แม้ว่า ‘Yoyageurs’ จะถูกจัดระดับความสำคัญเพียงนิยายไร้สาระ แต่ในความคิดของเธอ มันเป็นสิ่งที่น่าค้นหา และเธอล่วงล้ำเข้าไปในดินแดนแห่งความลับที่ถูกกำหนดไว้จากบันทึกนี้ ดินแดนที่เธอไม่เชื่อว่าเป็นจริงเมื่อแยกจากโลกปัจจุบัน…เธอต้องกลับประเทศไทยด้วยเหตุผลบางประการ ที่บ้านเกิดในเมืองไทย เธอสับสนและแยกแยะไม่ออกว่า ตัวเธออยู่ในความจริงอันใด “วันนี้คืออดีตของพรุ่งนี้ หรือ วันนี้คืออนาคตของเมื่อวาน” มณีจันทร์ เธอจะอยู่ในตำแหน่งไหน หลายครั้งที่เธอคิดอยู่เสมอว่าเธอเป็นต้นเหตุของบันทึกเสียเองหรือไม่ และการเดินทางครั้งใหม่ของเธอก็เริ่มขึ้น

 

วันพุธที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2568

ไอ้ฟัก (คำพิพากษา) พ.ศ. 2547

 


ไอ้ฟัก 
เป็นภาพยนตร์ไทยแนวดราม่า ปี 2547 โดยอิงเค้าโครงเรื่องจากนวนิยายเรื่อง คำพิพากษา ของชาติ กอบจิตติ ที่ได้รับรางวัลซีไรต์

เรื่องย่อ 
พระฟักเป็นพระภิกษุที่ชาวบ้านเคารพนับถือ คนทั้งหมู่บ้านต่างเดินทางมาที่วัดเพื่อฟังพระฟักแสดงธรรมเทศนา การเทศน์ของพระฟักถูกขัดจังหวะโดยพ่อที่เป็นหม้ายของเขาที่กำลังไอ และพระฟักก็พยายามที่จะรักษาสมาธิเอาไว้ พระฟักจึงตัดสินใจว่าเขาจะลาสิกขาเพื่อมาดูแลพ่อของเขา แล้วเขาก็ถูกเกณฑ์ทหารเข้ากองทัพโดยการจับใบดำใบแดง เขาหวังว่าเมื่อเขาปลดประจำการแล้ว เขาจะกลับหมู่บ้าน บวชเป็นพระ และอุทิศชีวิตให้กับพระศาสนา

ขณะเขาเดินทางกลับบ้าน รถบัสที่จะไปหมู่บ้านของเขาก็เกิดเสีย ระหว่างจอดซ่อมรถ ฟักก้าวไปปัสสาวะข้างทางใกล้สระบัว ที่นั่น ท่ามกลางดอกบัวเขาเห็นหญิงงามคนหนึ่งกำลังอาบน้ำอยู่ในผ้าถุง ในที่สุด ฟักก็กลับมาถึงบ้าน ซึ่งพบพ่อของเขาอยู่ในสภาพที่มีความสุขมาก เหตุผลที่พ่อของเขาดีใจมากก็คือว่าเขาได้แต่งงานใหม่ แม่เลี้ยงของฟักก็ปรากฏตัวออกมาจากหลังมุ้งเป็นหญิงสาวจากสระบัวนั่นเอง เธอชื่อ สมทรง แม้ว่าเธอจะเป็นคนอ่อนหวาน แต่มีบางอย่างผิดปกติกับเธออย่างชัดเจน บางทีเธออาจเป็นโรคทางจิตบางประเภทก็ได้

แม้ว่าจะมีช่วงเวลาแห่งความสุข เมื่อฟักไปทำงานกับพ่อในฐานะภารโรงที่โรงเรียนประจำหมู่บ้าน แต่การกลับมาพบพ่อของเขากลับกินเวลาสั้น ๆ หลังจากพ่อของเขาป่วยและเสียชีวิต เพราะฟักได้สัญญากับพ่อไว้ว่าจะดูแลแม่เลี้ยง เป้าหมายของฟักที่จะกลับไปบวชอีกครั้งก็ต้องถูกยกเลิกไปอีกครั้ง

แม้ว่าฟักจะเป็นที่ชื่นชอบของชาวบ้าน แต่ชาวบ้านไม่ชอบสมทรงและตราหน้าว่าเธอเป็น "คนบ้า" และหลังจากพ่อของฟักเสียชีวิต ชาวบ้านก็เริ่มปฏิบัติต่อฟักแตกต่างไป พวกเขาเชื่อว่าฟักมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับแม่เลี้ยง ในตอนแรกฟักไม่สนใจข่าวซุบซิบ แต่เพราะพฤติกรรมของสมทรง จึงยิ่งปฏิเสธได้ยากขึ้น ครั้งหนึ่งระหว่างการแสดงลิเกในงานหมู่บ้าน ฟักถูกสมทรงเข้ามาหาหลังจากที่เธอเห็นฟักกำลังคุยกับหญิงสาวคนหนึ่ง สมทรงเกิดความหลงผิดคิดว่าตนกับฟักแต่งงานกันแล้ว และเธอก็เกิดความอิจฉา สมทรงยังมีนิสัยแย่ ๆ คือการถอดเสื้อผ้าแล้ววิ่งไปในที่สาธารณะหรือเพียงยกชุดขึ้นและเปลือยร่างกาย ระหว่างนั้น ชาวบ้านบางคนบังเอิญไปเจอฟักพอดีในตอนที่เขากำลังไล่ตามสมทรงที่เปลือยกายและพยายามปกปิดเธอไว้ แต่สิ่งที่ชาวบ้านคิดคือคิดว่าฟักมีสัมพันธ์กับแม่เลี้ยง ฟักถูกพิพากษาแล้ว

ฟักได้งานเก่าของพ่อเป็นภารโรงในโรงเรียน วันหนึ่งมีสุนัขที่คาดว่าเป็นโรคพิษสุนัขบ้าเดินเข้ามาในบริเวณโรงเรียน ฟักได้รับมอบหมายให้ฆ่ามัน เขาคว้าจอบแล้วใช้ฟาดโดยฟาดอย่างเฉียดฉิว ทำให้มันบาดเจ็บและโกรธมากขึ้น ในที่สุดฟักก็จัดการกับสุนัขบ้าได้สำเร็จ แต่เป็นงานที่นองเลือดมาก ในช่วงเวลาสั้น ๆ ฟักถูกมองว่าเป็นฮีโร่โดยนักเรียนและอาจารย์ และเขาก็รู้สึกดีกับตัวเองขึ้นเล็กน้อย

ฟักต้องเตรียมตัวสำหรับงานฌาปนกิจศพพ่อของเขา เขาเชิญผู้อำนวยการโรงเรียน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และคนอื่น ๆ เขาสั่งดอกไม้จันทน์จำนวน 50 ดอกให้ผู้ร่วมพิธีวางบนโลงศพที่กำลังเผา แต่ไม่มีใครมาร่วมพิธีนี้เลย ยกเว้นพระสงฆ์ที่เขานิมนต์มาเพื่อสวดมนต์ให้กับพ่อของเขาและสัปเหร่อ

ฟักได้เป็นเพื่อนกับสัปเหร่อ ซึ่งเป็นคนชั้นต่ำที่ชาวบ้านที่เชื่อโชคลางไม่ค่อยชอบ เนื่องจากพวกเขาเชื่อว่าเขาเป็นคนไม่สะอาด แม้แต่ฟักเองก็ไม่ได้ชอบชายคนนี้เป็นพิเศษ แต่หลังจากฟักบอกกับเขาว่าเขาไม่เคยมีความสัมพันธ์ทางเพศกับสมทรง ชายคนนั้นก็เชื่อเขา

หลังจากพิธีเผาศพ สัปเหร่อก็นำเหล้าขาวมาให้ฟัก ฟักในตอนแรกไม่ชอบรสชาติหรือความรู้สึกที่เขาได้รับ แต่เขาดื่มเพิ่มอีกเล็กน้อยและเริ่มสนุกสนานกับตัวเอง ฟักมองหาทางคลายความกดดันจากการดูแลแม่เลี้ยงที่ป่วยทางจิตและการตัดสินที่รุนแรงของชาวบ้าน จึงหันไปพึ่งขวดเหล้าและกลายเป็นคนติดเหล้า ชีวิตของเขาตกต่ำลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งเขาทำให้ชาวบ้านโกรธ และพวกเขาก็หันมาทำร้าย ปล่อยให้สมทรงช่วยเขากลับบ้าน

แฟนฉัน 2546

 

แฟนฉัน เป็นภาพยนตร์ไทยแนวก้าวผ่านวัย สุขนาฏกรรม ดรามา โรแมนติก ที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2546 กำกับโดย คมกฤษ ตรีวิมล ทรงยศ สุขมากอนันต์ วิทยา ทองอยู่ยง นิธิวัฒน์ ธราธร อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม และ วิชชา โกจิ๋ว บทภาพยนตร์โดย คมกฤษ ตรีวิมล ทรงยศ สุขมากอนันต์ นิธิวัฒน์ ธราธร วิชชา โกจิ๋ว วิทยา ทองอยู่ยง อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม อมราพร แผ่นดินทอง นำแสดงโดย ชาลี ไตรรัตน์ โฟกัส จีระกุล ชวิน จิตรสมบูรณ์ วงศกร รัศมิทัต อนุสรา จันทรังษี ปรีชา ชนะภัย นิภาวรรณ ทวีพรสวรรค์ภาพยนตร์นี้เกี่ยวกับความรักวัยเด็ก ในอดีตแห่งความทรงจำ



เรื่องราวในวัยเด็กของ "เจี๊ยบ" ที่มีเพื่อนสนิทคือ "น้อยหน่า" เด็กหญิงข้างบ้าน ที่เป็นเพื่อนเล่นมาด้วยกันตลอด แต่เด็กชายก็อยากมีเพื่อนๆ ผู้ชาย และเล่นตามประสาเด็กชายบ้าง ทำให้เขาหันไปเข้ากับกลุ่มเด็กชายจอมซ่า ที่มี "แจ๊ค" เป็นหัวโจก ทว่าการเข้ากับกลุ่มของแจ๊ค กลับทำให้น้อยหน่าเพื่อนรักต้องเสียใจ และยังทำให้เจี๊ยบพลั้งพลาดทำร้ายจิตใจของน้อยหน่าโดยไม่ตั้งใจ กว่าเจี๊ยบจะรู้ตัวว่าทำให้น้อยหน่าเสียใจ เธอก็ย้ายบ้านไปเสียก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากคำว่าขอโทษออกมา

หลังจากย้ายบ้านไปเป็นเวลานาน เจี๊ยบได้กลับมาอีกครั้งเพื่อร่วมงานแต่งงาน ของ น้อยหน่า ความทรงจำในวัยเด็กที่เคยเลือนราง แต่เมื่อหลับตาลง ความทรงจำต่างๆ กลับค่อยๆ แจ่มชัดเหมือนเพิ่งผ่านไปเมื่อไม่กี่วันก่อน เจี๊ยบกับน้อยหน่า บ้านของทั้งสองอยู่ติดกันจึงเป็นเพื่อนเล่นกันตั้งแต่เด็ก เหตุนี้ทำให้เจี๊ยบติดสอยห้อยตามน้อยหน่า และคลุกตัวอยู่กับเพื่อนผู้หญิง จนทำให้แก๊งเพื่อนผู้ชายยั่วเย้าให้หัวเสียอยู่บ่อยๆ แต่เมื่อเริ่มโต เจี๊ยบก็เริ่มอยากเที่ยวเล่นแบบเด็กผู้ชาย จึงพยายามพิสูจน์ตัวเองแม้จะทำให้น้อยหน่าเสียใจก็ยอม เจี๊ยบเพียรมาด้อมๆ มองๆ บ้าน น้อยหน่าเพื่อหาโอกาสกล่าวคำขอโทษ กระทั่งยอมมาตัดผมกับพ่อน้อยหน่าที่บ้านก็ยอม แต่จนแล้วจนรอด เจี๊ยบก็ยังไม่ได้ขอโทษสักที จนถึงวันที่น้อยหน่าต้องย้ายบ้านไปอยู่ที่จังหวัดอื่น