วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2569

เนื้อเพลงพร้อมคำแปล Coward of the county - Kenny Rogers

เนื้อเพลง Coward of the county - Kenny Rogers
Everyone considered him
the coward of the county.
He'd never stood
one single time
to prove the county wrong.
His mama named him Tommy
but folks just called him yellow
Something always told me
they were reading Tommy wrong
.He was only ten years old
when his daddy died in prison.
I looked after Tommy
'cause he was my brother's son
I still recall the final words
my brother said to Tommy
"Son, my life is over
but yours has just begun"
."Promise me, son,
not to do the things I've done
Walk away from trouble
if you can.
It won't mean you're weak
if you turn the other cheek
I hope you're old enough
to understand.
Son, you don't have
to fight to be a man"
.There's someone for everyone
and Tommy's love was Becky
In her arms he didn't have
to prove he was a man.
One day while he was working,
the Gatlin boys came calling
They took turns at Becky
(There was three of them)
.Tommy opened up the door
and saw his Becky crying.
The torn dress,
the shattered look was
more than he could stand
He reached above the fireplace,
and took down his daddy's picture
As his tears fell
on his daddy's face,
he heard these words again
."Promise me, son,
not to do the things I've done
Walk away from trouble
if you can.
It won't mean you're weak
if you turn the other cheek
I hope you're old enough
to understand.
Son, you don't have
to fight to be a man"
.The Gatlin boys
just laughed at him
when he walked into the bar room
One of them got up and met him
half way cross the floor
When Tommy turned around
they said
"Hey look! Old yellow's leaving"
But you could've heard a pin drop
when Tommy stopped
and locked the door
.Twenty years of crawling
was bottled up inside him.
He wouldn't hold nothing back
he let'em have it all.
When Tommy left the bar room,
not a Gatlin boy was standing
He said, "This one's for Becky",
as he watched the last one fall
(And I heard him say)
."I promised you, dad,
not to do the things you've done
I walk away from trouble
when I can
Now please don't think I'm weak
I didn't turn the other cheek
And papa,
I should hope you understand
Sometimes you gotta fight
when you're a man"
.Everyone considered him
the coward of the county

ใครต่อใครต่างมองว่าเขา
เป็นคนขี้ขลาดตาขาวประจำเมือง
เขาไม่เคยแม้แต่จะลุกขึ้นสู้
เพื่อพิสูจน์ให้คนในเมืองเห็นว่าพวกเขาคิดผิด
แม่ตั้งชื่อเขาว่าทอมมี่
แต่ชาวบ้านกลับเรียกเขาว่าไอ้ขี้ขลาด
แต่ลึกๆ แล้วฉันกลับรู้สึกเสมอว่า
พวกเขาเข้าใจทอมมี่ผิดไป
เขาอายุเพียงสิบขวบเท่านั้น
ตอนที่พ่อของเขาเสียชีวิตในคุก
ฉันคอยดูแลทอมมี่
เพราะเขาเป็นลูกชายของพี่ชายฉัน
ฉันยังจำคำพูดสุดท้าย
ที่พี่ชายพูดกับทอมมี่ได้ดี
"ลูกเอ๋ย ชีวิตพ่อมันจบสิ้นลงแล้ว
แต่ชีวิตของลูกเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น"
"สัญญากับพ่อสิลูก
ว่าจะไม่ทำในสิ่งที่พ่อเคยทำลงไป
จงเดินหนีจากเรื่องเดือดร้อน
หากลูกทำได้
การยอมถอยหรือยอมให้อภัย
ไม่ได้แปลว่าลูกเป็นคนอ่อนแอหรอกนะ
พ่อหวังว่าลูกจะโตพอ
ที่จะเข้าใจเรื่องนี้
ลูกไม่จำเป็นต้องใช้การต่อสู้
เพื่อพิสูจน์ความเป็นลูกผู้ชายหรอกนะ"
คนเราย่อมมีคู่ชีวิตของตนเอง
และคนรักของทอมมี่ก็คือเบ็คกี้
ในอ้อมกอดของเธอ เขาไม่จำเป็นต้อง
พิสูจน์ความเป็นลูกผู้ชายให้ใครเห็นเลย
วันหนึ่งขณะที่เขากำลังทำงานอยู่
พวกพี่น้องตระกูลแกตลินก็บุกเข้ามาหาเรื่อง
พวกมันผลัดกันรุมทำร้ายเบ็คกี้
(พวกมันมีกันอยู่สามคน)
ทอมมี่เปิดประตูเข้ามา
และเห็นเบ็คกี้กำลังร้องไห้ ชุดที่ขาดวิ่น
และแววตาที่แตกสลายของเธอ
เป็นสิ่งที่เขาไม่อาจทนเห็นได้ไหว
เขาเอื้อมมือขึ้นไปเหนือเตาผิง
แล้วหยิบรูปถ่ายของพ่อลงมา
ขณะที่หยาดน้ำตาของเขา
หยดลงบนใบหน้าของพ่อในรูป
เขาก็ได้ยินถ้อยคำเหล่านั้นก้องขึ้นมาอีกครั้ง
"สัญญากับพ่อสิลูก
ว่าจะไม่ทำในสิ่งที่พ่อเคยทำลงไป
จงเดินหนีจากเรื่องเดือดร้อน
หากลูกทำได้
การยอมถอยหรือให้อภัย
ไม่ได้แปลว่าลูกเป็นคนอ่อนแอหรอกนะ
พ่อหวังว่าลูกจะโตพอ
ที่จะเข้าใจเรื่องนี้
ลูกเอ๋ย... ลูกไม่จำเป็นต้องใช้กำลังเข้าแลก
เพื่อพิสูจน์ความเป็นลูกผู้ชายหรอก"
.พวกพี่น้องตระกูลแกตลิน
ต่างพากันหัวเราะเยาะเขา
ตอนที่เขาเดินเข้ามาในบาร์
หนึ่งในนั้นลุกขึ้นเดินตรงมาหาเขา
กลางห้องโถงนั้น
เมื่อทอมมี่หันหลังกลับ
พวกนั้นก็พูดขึ้นว่า
"เฮ้ย ดูนั่นสิ! ไอ้ขี้ขลาดกำลังจะหนีไปแล้ว"
แต่แล้วความเงียบงันก็เข้าปกคลุมจนได้ยินแม้เสียงเข็มตกพื้น
เมื่อทอมมี่หยุดเดิน
แล้วหันไปล็อคประตู
.ความอัดอั้นตันใจที่สั่งสมมาตลอด 20 ปี
ระเบิดออกมาจากข้างในตัวเขา
เขาไม่คิดจะยั้งมืออีกต่อไป
เขาจัดหนักใส่พวกนั้นจนหมดเปลือก
เมื่อทอมมี่เดินออกจากบาร์
ไม่มีพี่น้องตระกูลแกตลินคนไหนยืนหยัดอยู่ได้เลย
เขาพูดว่า "นี่เพื่อเบ็คกี้นะ"
ขณะมองดูคนสุดท้ายล้มลงไปกองกับพื้น
(และฉันก็ได้ยินเขาพูดว่า)
."ผมสัญญากับพ่อแล้วไง
ว่าจะไม่ทำในสิ่งที่พ่อเคยทำ
ผมเลือกที่จะเดินหนีจากเรื่องเดือดร้อน
เท่าที่ผมจะทำได้
แต่อย่ามองว่าผมอ่อนแอเลยนะ
เพราะครั้งนี้ผมไม่ได้เลือกที่จะยอมถอย
และพ่อครับ...
ผมหวังว่าพ่อจะเข้าใจ
ว่าบางครั้งลูกผู้ชายก็จำเป็นต้องสู้"
.ใครต่อใครต่างมองว่าเขา
เป็นคนขี้ขลาดแห่งเมืองนี้

วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2569

เนื้อเพลง สิบห้าหยกๆ สิบหกหย่อนๆ ชาย เมืองสิงห์

นามเจ้าระบือ นี่นะหรือคือดาวบ้านนา
นับเป็น วาสนา ดลจิตพาให้มาเจอะเจอ
งามดั่งนางฟ้า แข่งดาราแพ้พ่ายอายเธอ
หนุ่มและแก่ตลึงแลพร่ำเพ้อ
ครวญว่าเธองามตาน่าดู
(Solo...)
สิบห้าหยก ๆ ดุจดังนกน้อยเริ่มหัดบิน
ระวังลม เล่ห์ลิ้น ชายให้กินจะบินตกคู
ยังอ่อนวัยแท้ เพศอ่อนแอนะแม่คุณหนู
อีกสักหน่อยดาวลอยหมดหรู คงน่าดูผู้ชายไม่มอง
(Solo...) ซ้ำ **
แม่ดอกสุดา แจ่มจันทร์จ๋าแก้วตาแก้วใจ
สวยเอย คนบ้านไกล จงเก็บใจไว้คอยคู่ครอง
เลือกอย่างพี่นี้ ก็ไม่ดีนักหรอกนวลน้อง
แต่ถ้าหากเปิดใจให้จอง เป็นคู่ครองรับรองสบาย
(Solo...)
แม่กลีบบัวตูม พี่ตกหลุมรักแล้วแก้วตา
แม้นมีวาสนา ชายจะมานัดหมั้นและหมาย
เตรียมหับเตรียมหอ อดใจรอขันหมากพี่ชาย
หากสิบแปดขวบปีเมื่อใร รอพี่ชายนี้ไปร่วมหอ
*************

วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2569

เนื้อเพลง ทะเลบ้า

 นั่งคนเดียว พลัดคู่
.เพ้ออยู่ ริมทะเล
.มองทะเล ว้าเหว่ทวี
.แต่ได้ยิน เสียงซ่า
.นึกว่า ดวงฤดี
.มองก็มี นที อันกว้างใหญ่
.ไม่มีใคร อยู่อีกเลย
.คู่เชย ก็ไม่มา
.แล้วอะไร ครึนซ่า
.มองหา อยู่ไหน
.ฟัง แล้วยัง ก้องไป
.พา ดวงใจ เวียนวน....
.อ้อ ทะเลซัดซ่า
.ร้องบ้า ไปคนเดียว
.เออ ทะเล มิเปลี่ยว ใจจน
.ทุ่มตัวเอง ฟาดฝั่ง
.คลุ้มคลั่ง ในกมล
.คงจะมี ทุกข์ทนและหมองไหม้
.ฟาดตัวเอง อยู่ทำไม
.กลุ้มอะไร หนักหนา
.หรือทะเลเป็นบ้า ผวาหวาดไหว
.ฟัง แล้วยัง กลุ้มใจ
.พา อาลัย อาวรณ์
.เสียง ยังดังมา
.ทั้งวันเวลา ทะเลบ้าแน่นอน
.รักคง รานรอน
.มิเป็น อันนอน
.เสียงดังไม่หย่อน สักวัน
.แม้รักเรา อับปาง
.จะจืดจาง ร้างรา
.ฉันก็คงเป็นบ้า ผวาเช่นนั้น
.คง วิกล เช่นกัน
.คงจะรำพัน จนตาย....
.อ้อ ทะเลซัดซ่า
.ร้องบ้า ไปคนเดียว
.เออ ทะเล มิเปลี่ยว ใจจน
.ทุ่มตัวเอง ฟาดฝั่ง
.คลุ้มคลั่ง ในกมล
.คงจะมี ทุกข์ทนและหมองไหม้
.ฟาดตัวเอง อยู่ทำไม
.กลุ้มอะไร หนักหนา
.หรือทะลเป็นบ้า ผวาหวาดไหว
.ฟัง แล้วยัง กลุ้มใจ
.พา อาลัย อาวรณ์
.เสียง ยังดังมา

.ทั้งวันเวลา ทะเลบ้าแน่นอน
.รักคง รานรอน
.มิเป็น อันนอน
.เสียงดังไม่หย่อน สักวัน
.แม้รักเรา อับปาง
.จะจืดจาง ร้างรา
.ฉันก็คงเป็นบ้า ผวาเช่นนั้น
.คง วิกล เช่นกัน
.คงจะรำพัน จนตาย.....

เนื้อเพลง หัวใจคลั่ง ธานินทร์ อินทรเทพ



เพลง "หัวใจคลั่ง"
คำร้อง : ประดิษฐ์ อุตตะมัง
ทำนอง : ดัดแปลงทำนองจากเพลงไทยเดิม "ทะเลบ้า"
ผู้ขับร้อง : ธานินทร์ อินทรเทพ

อยู่คนเดียวเพ้อคลั่ง เหมือนดั่งเป็นอะไร
มีใคร ๆ เขาแกล้งหลอกฉัน
บอกมีใครเขาบ่น เพ้อพร่ำคืนและวัน
มีใครกัน รักฉันที่ไหนเล่า
อยู่คนเดียวเปลี่ยวอุรา โอ้กานดาหลบไปไหน
หรือซุกใจใครเล่น ซ่อนเร้นหลอกเรา
เคยเห็นกันแต่เงา ใจซึมเซาอาวรณ์
ก็ดวงใจคล้ายเพื่อน หลงเฝื่อนไปทำไม
เดินตามใครเขาบอกหลอกหลอน
ก็ทำไมไคล้คลั่ง เหมือนดั่งดูละคร
มันไชชอนเสียจนทนไม่ได้
โอ้ความรักนี่มันร้อน ก็เมื่อตอนจะไปหา
เหมือนดังคนใบ้บ้า เสาะหาเพื่อนใจ
ความรักเอยอยู่ไหน ใครคงพาไปเชยชม
เสียงใครคร่ำครวญ
ฉันฟังตั้งนาน แล้วมันปั่นป่วนอารมณ์
โถเราซานซม หรือคนใกล้จมทะเลบ้าใกล้ตาย
ก็ดวงใจผูกเอาไว้ เกิดมีใครตัดไปขาย
แล้วเธอทำฉันได้ ใจร้ายหนักหนา
เห็นฉันเป็นผักปลา ทรมาทำไม

เนื้อเพลง ทะเลคลั่ง ธานินทร์ อินทรเทพ

คลื่นทะเลซัดฝั่ง
เหมือนดั่งดวงใจเรา
โดนอารมณ์รักเข้าวิ่งชน
อกเราเอยเฉยนิ่ง
เพราะกริ่งเกรงกมล
กามเทพซุกซนเอาจนได้
อยากระงับดับความหวัง
ให้แกร่งดังฝั่งทะเล
รักก็ยังทำเล่ห์
ให้เขวหวั่นไหว
ลมและคลื่นสาดใจ
ดังมีใครชวนเชิญ
คลื่นสวาทซัดอก
เหมือนตกอเวจี
ดวงฤดีไหวหวั่นพรั่นกลัว
คลื่นเสน่ห์น้องเจ้า
เร้าให้ใจระรัว
กลัวยังกลัว
รักกลายไม่นานเนิ่น
หวั่นว่าลมคลื่นจะหวน
กระหน่ำทวนสู่ทะเล
ทิ้งให้ฝั่งว้าเหว่
เจ้าเหห่างเหิน
ดังเหมือนพี่ถูกเมิน
ใจคงเกินทนทาน
ดนตรี..16..Bars
14...15...16
แม้นพี่เป็นฝั่ง
ขอเชิญร้อยชั่ง
เหมือนทะเลคลั่งเดือดดาล
ทุกวันทุกคืน
ขอเชิญงามชื่น
น้องจงเป็นคลื่นฉาดฉาน
ซัดมายังฝั่งใจ
รักพี่ให้สำราญ
ถึงโพยภัยพาล
ไม่หวิวหวั่นไหว
เชิญทะเลคลั่งไคล้
โลมดวงใจเราเอย
แม้นพี่เป็นฝั่ง
ขอเชิญร้อยชั่ง
เหมือนทะเลคลั่งเดือดดาล
ทุกวันทุกคืน
ขอเชิญงามชื่น
น้องจงเป็นคลื่นฉาดฉาน
ซัดมายังฝั่งใจ
รักพี่ให้สำราญ
ถึงโพยภัยพาล
ไม่หวิวหวั่นไหว
เชิญทะเลคลั่งไคล้
โลมดวงใจเราเอย

วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

โคลงสุภาษิตโสฬสไตรยางค์

โคลงสุภาษิตโสฬสไตรยางค์


ความเป็นมา 
            ในจดหมายเหตุพระราชกิจรายวันพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ วันที่ ๔๔๕๑ (เป็นวันที่พระองค์ขึ้นครองราชย์ได้ ๔.๔๕๑ วัน) ซึ่งตรงกับวันจันทร์ แรม ๓ ค่ำ เดือนยี่ ปีมะโรง โทศก จุลศักราช ๑๒๔๒ ได้กล่าวถึงการประพันธ์
โคลงสุภาษิตไตรยางค์ มีข้อความว่า กรมหมื่นพิชิต ถวายโคลงโสฬสไตรงยางค์ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ไปแต่งแก้ใหม่ให้พูกกับความในภาษาอังกฤษ
รัชกาลที่ ๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กวีในราชสำนักนำสุภาษิตภาษาอังกฤษมาแปลและประพันธ์เป็นโคลงภาษาไทยโดยพระองค์ทรงเป็นผู้ตรวจแก้ แล้วยังทรงพระราชนิพนธ์โคลงนำบทด้วยพระองค์เอง 

ต่อมามีการรวบรวมโคลงสุภาษิตนี้ลงพิมพ์ในหนังสือวชิรญาณ เล่ม ๑ ฉบับที่ ๑ จุลศักรา ๑๒๔๖ (พุทธศักราช ๒๔๒๗) 
โดยใช้ต้นฉบับที่พระเจ้าน้องยาเธอพระองค์เจ้าดิศวรกุมาร ได้ทรงคัดลอกไว้จากต้นฉบับที่มีสุภาษิตภาษาอังกฤษด้วย และภายหลังได้รวบรวมพิมพ์ไว้ในหนังสือประชุมโคลงสุภาษิต พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๕ ในงานศตมวารพระศพสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าสุทธาทิพยรัตน์ สุขุมขัตติยกัลยาวดี กรมหลวงศรีรัตนโกสินทร์ เมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๖

โคลงสุภาษิตโสฬสไตรยางค์ มาจากคำว่า โสฬส ซึ่งหมายถึง สิบหก และคำว่า ไตรยางค์ หมายถึง สามส่วน 

โคลงโสฬสไตรยางค์ กล่าวถึง ข้อควรกระทำและไม่ควรกระทำสามประการ ซึ่งมีจำนวนสิบหกข้อ ดังนี้

  1. สามสิ่งควรรัก: ความกล้า ความสุภาพ และความรักใคร่
  2. สามสิ่งควรชม: อำนาจปัญญา เกียรติยศ และมีมารยาทดี
  3. สามสิ่งควรเกลียด: ความดุร้าย ความหยิ่งกำเริบ และความอกตัญญู
  4. สามสิ่งควรรังเกียจติเตียน: ความชั่วเลวทราม มารยา ริษยา
  5. สามสิ่งควรเคารพ: ศาสนา ความยุติธรรม การเสียสละประโยชน์
  6. สามสิ่งควรยินดี: ความงาม ความซื่อตรง และความอิสระเสรี
  7. สามสิ่งควรปรารถนา: ความสุขสบาย มิตรที่ดี และจิตใจสบาย
  8. สามสิ่งควรอ้อนวอนขอ: ความเชื่อถือ ความสงบ และจิตใจที่บริสุทธิ์
  9. สามสิ่งควรนับถือ: ปัญญา ความฉลาดทันคน และความมั่นคงไม่หวั่นไหว
  10. สามสิ่งควรจะชอบ: ความอารีด้วยใจสุจริต ใจดี และความสนุกสนานเบิกบาน
  11. สามสิ่งควรสงสัย: คำยกยอ ปากกับใจไม่ตรงกัน รักง่ายหน่ายเร็ว
  12. สามสิ่งควรละ: ความเกียจคร้าน พูดจาเพ้อเจ้อ และพูดจาหยาบกระด้าง
  13. สามสิ่งควรกระทำให้มี: หนังสือดี เพื่อนดี ใจเย็น
  14. สามสิ่งควรหวงแหน: ชื่อเสียงเกียรติยศ ชาติบ้านเมือง และมิตรสหายที่ดี
  15. สามสิ่งควรครองไว้: การระงับอารมณ์ การคิดก่อนพูด และวาจา
  16. สามสิ่งควรเตรียมเผื่อไว้: ความไม่เที่ยงแท้แน่นอน ความชรา และความตาย


บทนำ โคลงสุภาษิตโสฬสไตรยางค์
 ปราชญ์แสดงดำริห์ด้วย        ไตรยางค์
 โสฬสหมดหมวดปาง             ก่อนอ้าง
 เป็นมาติกาทาง                      บัณฑิต แสวงเฮย
หวังสวัสดิ์ขจัดทุกข์สร้าง       สืบสร้องศุภผล

๑.สามสิ่งควรรัก
ความกล้า ความสุภาพ และความรักใคร่
ควรกล้ากล้ากล่าวถ้อย         ทั้งหทัย แท้แฮ
สุวภาพพจน์ภายใน                จิตรพร้อม
ความรักประจักษ์ใจ                จริงแน่ นอนฤา
สามสิ่งควรรักน้อม                  จิตให้สนิทจริง 

๒.สามสิ่งควรชม
อำนาจปัญญา เกียรติยศ และมีมารยาทดี
ปัญญาสติล้ำ                     เลิศญาณ
อำนาจศักดิ์ศฤงคาร          มั่งขั้ง
มารยาทเรียบเสี่ยมสาร    เสงี่ยมเงื่อน งามนอ
สามสิ่งควรจักตั้ง               แต่ซ้องสรเสริญ 

๓.สามสิ่งควรเกลียด
ความดุร้าย ความหยิ่งกำเริบ และความอกตัญญู
ใจบาปจิตหยาบร้าย       ทารุณ
กำเริบเอิบเกินสกุล         หยิ่งก้อ
อีกหนึ่งห่อนรู้คุณ            ใครปลูก ฝังแฮ
สามสิ่งควรเกลียดท้อ      จิตแท้อย่าสมาน

๔.สามสิ่งควรรังเกียจติเตียน
ชั่วเลวทราม มารยา และริษยา
ใจชั่วชาติต่ำช้า                  ทรชน
ทุจริตมารยาปน                  ปกไว้
หึงจิตคิดเกลียดคน           ดีกว่า ตัวแฮ
สามส่วนควรเกลียดใกล้     เกลียดซ้องสมาคม

๕.สามสิ่งควรเคารพ
ศาสนา ความยุติธรรม และการเสียสละประโยชน์
ศาสนาสอนสั่งให้                 ประพฤติดี
หนึ่งยุติธรรมไป่มี                  เลือกผู้
ประพฤติเพื่อประโยชน์ศรี     สวัสดิ์ทั่ว กันแฮ
สามสิ่งควรรอบรู้                    เคารพเรื้องเจริญคุณ 

๖.สามสิ่งควรยินดี
ความงาม ความซื่อตรง และความอิสรเสรี
สรรพางค์โสภาคพร้อม        ธัญลักษณ์
ภาษิตจิตประจักษ์               ซื่อพร้อม
เป็นสุขโสดตนรัก                 การชอบ ธรรมนา
สามสิ่งควรชักน้อม              จิตให้ยินดี

๗.สามสิ่งควรปราถนา
ความสุขสบาย มิตรที่ดี และจิตใจสบาย
สุขกายวายโรคร้อน           รำคาญ
มากเพื่อนผู้วานการ           ชีพได้
จิตแผ้วผ่องสำราญ           รมยสุข เกษมแฮ
สามสิ่งควรจักให้                รีบร้อนปราถนา

๘.สามสิ่งควรอ้อนวอนขอ
ความเชื่อถือ ความสงบ และจิตใจที่บริสุทธิ์
ศรัทธาทำจิตหมั้น                  คงตรง
สงบระงับดับประสงค์             สิ่งเศร้า
จิตสะอาดปราศสิ่งพะวง         วุ่นขุ่น หมองแฮ
สามส่วนควรใฝ่เฝ้า                 แต่ตั้งอธิฐาน

๙.สามสิ่งควรนับถือ
ปัญญา ความฉลาดทันคน และความมั่นคงไม่หวั่นไหว
ปัญญาตรองตริล้ำ        ลึกหลาย
ฉลาดยิ่งสิ่งแยบคาย     คาดรู้
มั่นคงไม่คืนคลาย         คลอนกลับ กลายแฮ
สามสิ่งควรกอบกู้          กับผู้นับถือ 

๑๐.สามสิ่งควรจะชอบ
ควาอารีด้วยใจสุจริต ใจดี และความสนุกสนานเบิกบาน
สุจริตจิตโอบอ้อม             อารี
ใจโปร่งปราศราคี              ขุ่นข้อง
สิ่งเกษมสุขเปรมปรี          ดาพรั่ง พร้อมแฮ
สามสิ่งสมควรต้อง            ชอบต้องยินดี 

๑๑.สามสิ่งควรสงสัย
คำยกยอ ปากกับใจไม่ตรงกัน รักง่ายหน่ายเร็ว
คำยอยกย่องเพี้ยน              ทุกประการ
พักตร์จิตผิดกันประมาณ     ยากรู้
เร็วรักผลักพลันขาน            คำกลับ พลันฤๅ
สามส่วนควรแล้วผู้              พะพ้องพึงแคลง 

๑๒.สามสิ่งควรละ
ความเกียจคร้าน พูดจาเพ้อเจ้อ และพูดจาหยาบกระด้าง
เกียจคร้านการท่านทั้ง         การตน ก็ดี
พูดมากเปล่าเปลืองปน        ปดเหล้น
คำแสลงเสียดแทงระคน      คำหยาบ หยอกฤๅ
สามสิ่งควรทิ้งเว้น                ขาดสิ้นสันดาน 

๑๓.สามสิ่งควรจะกระทำให้มี
หนังสือดี เพื่อนดี ใจเย็น
หนังสือสอนสั่งข้อ        วิทยา
เว้นบาปเสาะกัลยาณ์    มิตรไว้
หนึ่งขาดปราศโทสา     คติห่อ ใจเฮย
สามสิ่งควรมีให้              มากยั้งยืนเจริญ 

๑๔.สามสิ่งควรหวงแหน
ชื่อเสียงเกียรติยศ ชาติบ้านเมือง และมิตรสหายที่ดี
ความดีมีชื่อทั้ง              ยศถา ศักดิ์เฮย
ประเทศเกิดกูลพงศา    อยู่ยั้ง
คนรักร่วมอัธยา             ศัยสุข ทุกข์แฮ
สามสิ่งควรสงวนตั้ง       ต่อสู้ผู้เบียน 

๑๕.สามสิ่งควรครองไว้
การระงับอารมณ์ การคิดก่อนพูด และวาจา
อาการอันเกิดด้วย     น้ำใจ แปรฤๅ
ใจซึ่งรีบเร็วไว           ก่อนรู้
วาจาจักพูดใน           กิจสบ สรรพแฮ
สามสิ่งจำทั่วผู้          พิทักษ์หมั้นครองระวัง 

๑๖.สามสิ่งควรเตรียมเผื่อไว้
ความไม่เที่ยงแท้แน่นอน ความชรา และความตาย
สิ่งใดในโลกล้วน             เปลี่ยนแปลง
หนึ่งชราหย่อนแรง             เร่งร้น
ความตายติดตามแสวง      ทำชีพ ประลัยเฮย
สามส่วนควรคิดค้น             คติรู้เตรียมคอย 

• • • • • • • • •
จบสามสิบหกเค้า           คะแนนนับ หมวดแฮ
หมวดละสามคิดสรรพ    เสร็จสิ้น
เป็นสี่สิบแปดฉบับ         บอกเยี่ยง อย่างแฮ
ตามแบบบ่ขาดหวิ้น       เสร็จแล้วบริบูรณ์