ในปี พ.ศ. 2525 ปีแห่งการสมโภชน์กรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี กรุงเทพฯ ยังสดใสไร้เดียงสาอยู่กับแฟชั่นสีสันหวานแหวว เสียงเพลงจากวงสตริง และหนังทีวีกำลังภายใน กำลังฮิตทั่วบ้านทั่วเมือง มือกลองหนุ่ม "เบ๊" (กฤษดา สุโกศล แคลปป์) ศิษย์โปรด "อาจารย์ตึ่งโป๊ะ" (ปราณี กี่บุตร) สำนักกลองเทวดา ที่พยายามฝึกวิชากลองเทวดาให้ถึงขั้นสิบ แต่ระหว่างนั้นเขากลับพบว่าตัวเองตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าคนตายจนต้องหลบหนีการไล่ล่าของนักสืบมือปราบ "ไอ้หูดำ" (นิพนธ์ ชัยศิริกุล) ที่มี "ซื่อบื้อ" สุนัขดมกลิ่นเป็นผู้ชี้เบาะแส เบ๊พยายามพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองให้ทุกคนรู้ โดยมี "ต้น" (นันทกา วรวณิชชานันท์) ศิษย์พี่ร่วมสำนักกลองเทวดาคอยให้กำลังใจและช่วยเหลือ จนต้นกับเบ๊เกิดความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง ระหว่างหนีเอาตัวรอด เบ๊ได้พบเจอผู้คน และเรื่องราวพลิกผันมากมาย หลายคนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเบ๊ จนกลายเป็นผู้มีชื่อเสียงในยุคนี้ อย่างไรก็ตามเบ๊มีนัดสำคัญที่รอคอยมาตลอดชีวิต คือ วันดวลกลองกับตัวแทนของสำนักกลองพญายม ผู้มีฝีมือสูงส่งเลิศล้ำ ถึงเวลาแล้วที่ความแค้นยาวนานต้องชำระ
ค้นหาบล็อกนี้
วันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2568
ทวารยังหวานอยู่ 2547
ในปี พ.ศ. 2525 ปีแห่งการสมโภชน์กรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี กรุงเทพฯ ยังสดใสไร้เดียงสาอยู่กับแฟชั่นสีสันหวานแหวว เสียงเพลงจากวงสตริง และหนังทีวีกำลังภายใน กำลังฮิตทั่วบ้านทั่วเมือง มือกลองหนุ่ม "เบ๊" (กฤษดา สุโกศล แคลปป์) ศิษย์โปรด "อาจารย์ตึ่งโป๊ะ" (ปราณี กี่บุตร) สำนักกลองเทวดา ที่พยายามฝึกวิชากลองเทวดาให้ถึงขั้นสิบ แต่ระหว่างนั้นเขากลับพบว่าตัวเองตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าคนตายจนต้องหลบหนีการไล่ล่าของนักสืบมือปราบ "ไอ้หูดำ" (นิพนธ์ ชัยศิริกุล) ที่มี "ซื่อบื้อ" สุนัขดมกลิ่นเป็นผู้ชี้เบาะแส เบ๊พยายามพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองให้ทุกคนรู้ โดยมี "ต้น" (นันทกา วรวณิชชานันท์) ศิษย์พี่ร่วมสำนักกลองเทวดาคอยให้กำลังใจและช่วยเหลือ จนต้นกับเบ๊เกิดความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง ระหว่างหนีเอาตัวรอด เบ๊ได้พบเจอผู้คน และเรื่องราวพลิกผันมากมาย หลายคนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเบ๊ จนกลายเป็นผู้มีชื่อเสียงในยุคนี้ อย่างไรก็ตามเบ๊มีนัดสำคัญที่รอคอยมาตลอดชีวิต คือ วันดวลกลองกับตัวแทนของสำนักกลองพญายม ผู้มีฝีมือสูงส่งเลิศล้ำ ถึงเวลาแล้วที่ความแค้นยาวนานต้องชำระ
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น